2009/Feb/14

 

ดาวเคียงเดือน, ยิ้มของฟ้าค่ำ คือ ยิ้มของจันทร์ ยิ้มในดวงตาแห่งดาว


ยิ้มในดวงตาแห่งดาว ยิ้มของจันทร์
เป็นยิ้มด้วยกัน ในกันและกัน- ฉันเธอ
ฟ้าของจันทร์ คือฟ้าของดาว- เสมอ
คู่เกลอความรัก นิรันดร์


เป็นยิ้มที่บอกเรื่องราวด้วยเล่า
กล่าวถ้อยจากสวรรค์
เจิมฟ้าสู่ใจ-เนื่องกัน
จิบใจแจ่มพลัน,- ดาวเคียงเดือน

รัตติกาลจูงจันทร์และดาว
จูบฟ้าเป็นเรียมเรือน
รักเราก็เยือน
ณ ชีวา

ยิ้มของจันทร์ คมผ่องเรียวไสว
เป็นยิ้มของใจ, บอกว่า-
รัตติกาลคือวารีบนเวหา
เราจักล่องนาวานั้นด้วยกัน.. นะที่รัก

ดาวในดวงตา ยิ้มในดวงใจ
บอกว่านี่ไง คือเรา- เพิงพัก
จันทร์ยิ้ม ดาวยิ้ม,- ตระหนัก
จริงแท้ รู้จักในเรา

เห็นดาวเคียงเดือน
ด้วยทักและเตือน- ด้วยความงาม,- ใช่เขลา !
ชีวิตเคลื่อนไหว นั้นเป็นรูปเงา
เพียงหนักและเบา,- คือเรากันและกัน

ดูโน่นสิ !
คุ้งฟ้าสร้างสรรค์
รอยทาง จัดวาง แบ่งปัน
บอกว่า นั่นคือ รัก !

จากฟ้าสู่ใจ จากไกลสู่ใกล้
จากใกล้สู่กัน- พร้อมพรัก !
สวรรค์ยิ้มทัก
วักฟ้าตอบใจด้วยใจ.

 

               
                ประพิณ เพ็ญประกาย
                ด้วยรักโดยวิธีและวิถีของเราเอง
                เรือนจันทร์วารี บึงหนองโง้ง


               2:09 11/12/2551

 

2008/Apr/15


ผูกพันด้วยหัวใจปภัสสธรรม
สตินำในใคร่ครวญ
หวนในรู้สึกดี ๆ
นิ่ง ยิ้ม สงบสัมปฤดี
จิตปฏิพันธ์ ปฏิพัทธ์
ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ

วางเหตุแลผลของกันและกันไว้กลาง ๆ
มองอย่าละวาง เท่าทัน

อิสรภาพของความรัก
เกิดภายในหัวใจปาริสุทธิ
การุญด้วยหิตคุณ วิมุตติ์
ผ่องผุดดุจกลีบขาวของบุปผา

อิสรภาพของความรัก
มีเบื้องต้น ท่ามกลาง แลที่สุด
สถิตย์ ณ หัวใจที่รู้เท่าทัน

ยิ่งค้น ยิ่งมืด
ยิ่งสืบ ยิ่งหาย
ยิ่งสาว ยิ่งตึงมิคลาย
นิ่ง ๆ แล้วกำหนดหมาย ..นั่นไง !

 

                  22.00 o./ ส. 12 เมษา 51

edit @ 15 Apr 2008 22:42:32 by คัน คนคลอง

2008/Feb/22

edit @ 15 Apr 2008 22:50:39 by คัน คนคลอง

2008/Feb/22

  ณ มนุษย์


เกิด  มนุษย์มีมนัส แน่นขนัดมนุษย์เกิด
แสนประเสริฐเจิดหล้ามนุษย์แสน
แดนมนุษย์สุดใฝ่ในเขตแดน
ตามหาแก่น แน่นมนุษย์สะดุดตาม

เพรียก ไขว่คว้า แสวงหา มนุษย์เพรียก
ยามทุกข์เรียกหามนุษย์ในทุกยาม
ถามมนุษย์ ในมนุษย์คำถาม
กรองนิยามนามมนุษย์สุดกลั่นกรอง


เรียกร้อง สุขทุกขณะมนะมนุษย์เรียก
ลองสำเหนียก ลิ้มชิมรสมนุษย์ลอง
มองสำนึกตรึกมนัสวัดใจมอง
สมใจต้องให้สมดั่งใจสม


หา ทุกวิถี โอ้เหล่ามนุษย์แสวงหา
ชมทุกเวลาคราสุขชม
ตรมในเวลาพาทุกข์ตรม
พบสุขนิยม แจ่มในนิยามตามที่พบ


ความเป็น สุขทุกข์ในยุคมนุษย์ไขความ
คบในนิยามตามใจคบ
นบในนิยามตามใจนบ
คิดจบในนิยามตามที่คิด


มนุษย์  มีมนัสแสวงหาความเป็นมนุษย์ มนุษย์
ติดความเป็น, ละความเป็นที่ยึดติด
จิตแสวงหา, แสวงหาจิต
หนึ่งน้อยนิด มีในจิตเป็นหนึ่ง

..

ณ มนุษย์
เกิดมนุษย์เพรียกเรียกร้องหาความเป็นมนุษย์,- เกิด !!

 

 

2006/Nov/13

ก่อนยามรุ่งอรุณ

ฉันเห็นรุ้งดาว

วิบวับวามวาว

กระพริบพราวในดวงใจ.

เธอ,- ผู้ผ่านชีวิตสามสิบหกฤดูฝนและหนาว

เดินทางจากอีสานประเทศมาสู่ที่พักแห่งดาว

จุดกระทงชีวิตให้ล่องลอยในคืนหนาวของหัวใจ

ฉันนิ่ง ! และหวั่น ! กับมีคำถามมากมาย

ในขณะที่เธอช่างเริงร่าและฉันหลง !

ชีวิต!

ในหัวใจที่ต่างกัน ในวิถีที่ต่างกัน

เราย่อมมีวิถีและวิธีคิดที่ต่างกัน

แม้มีความปรารถนาแห่งความเป็นมนุษย์เหมือนกัน

ระบบคิดและระบบวิถีชีวิตเพรียกร้องและอยากพราก

ต่างและไม่ต่างกัน

เธอคิด ในสิ่งที่เธอคิด ฉันคิดในสิ่งที่ฉันคิด

เพียง "ความคิด" และ "การคิด"

ที่เกิดจากรู้สึกแห่งมนุษย์ชายหญิง !

รุ้งของดาว หรือว่า ดาวของรุ้ง

ที่ทอดทาบสายน้ำในคืนแห่งเพ็ญ

และ "สิ่งที่เป็น" เราต่างรู้สึก นึก และคิด

ชีวิต ไม่ได้มากมายไปด้วยอะไรๆ ที่เราต่างหวัง

แต่ชีวิตมีเพียง "การเป็นอยู่" ที่เราสามารถเดินทาง

ก่อนยามรุ่งอรุณ

ฉันเห็นรุ้งดาว

วิบวับวามวาว

กระพริบพราวในดวงใจ

ผ่องผ่านชีวิต

นึกคิดนิ่งใน-

ห้วงใจแห่งรัก.

2006/Mar/27

โคลงอ้อน-อ้อนโคลง

คัน คนคลอง

๑๔ มีน. ๒๕๔๒

จันทร์สนานอ่านโคลงแก้ว พี่เพ็ญ

วิญญาณโคลง อ่านเมื่อเย็น ค่อนคํ่า

ใจจรดใจ จนกระเด็น โคลงโคล่ง

ริเขียนโคลงลอบพรํ่า แอบเคล้าครวญโคลง

ดูหรือพธูเพ็ญพี่ร้องครวญโคลง

ดังแม่ปลอบลูกโยงสายเปล

โอ้ละเห่, นวลแม่โพลงโคลงอุ่น

มาเจ้าอย่าพึ่งโยเย ดื่มโคลงหอมนวล

โคลงโคลงโคลง, อ่านแล้ว วิญญาณโคลง

ใจพอใจโคลงโขลง ทั่วแท้

เป็นโคลงพี่เพ็ญจรรโลง โคลงแต่ง

แจ่มใจแจ่มเจื้อยแจ้ จงเจ้าเคล้าโคลง

วิญญาณโคลง มั่นแท้ชอบจริง

ใจพอใจโคลงสิง สถิตย์แล้ว

จักโคลง พี่เพ็ญ อิงโคลงอุ่น

มาแม่ขานโคลงแก้วก่อคํ้าโคลงจุน

จบโคลงของพี่แล้วชอบใจ

ใจจรดใจโคลงนัยเพ็ญป้อน

เขียนโคลงต่อหยอกใยขยับท่า

หว่านโคลงเพื่อเคล้าอ้อน ห่มห้อมล้อมครวญฯ

2006/Mar/16

ไม่ได้เข้ามาในบ้านนานเลย เพราะไม่ค่อยได้ว่าง เข้ามาแล้วก้อทำไม่ค่อยถูก

วันนี้มีข่าวคราวพี่หนกมาฝาก อ่านภาพและถ้อยคำ "ซัลมาน-กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ได้ที่-- http://my.opera.com/sunmul ครับ